สมาชิกเข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่ | ลืมรหัสผ่าน
    รับสมัครเจ้าหน้าที่อาร์ตเวิร์ค
    รับสมัครผู้ช่วยบรรณาธิการ/พิสูจน์อักษร/พนักงานคุมสต๊อก
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
 Webboard
www.greenmindbook.com > นิยายเศร้าซึ้ง > ภรรยามือสอง 1.. จิตรกรเเม่ลูกอ่อน
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ภรรยามือสอง 1.. จิตรกรเเม่ลูกอ่อน (อ่าน 984)   
chalima
สมาชิก
cha-lim2009@hotmail.com
เมื่อ 11 มีนาคม 2554 20:19 น.
จิตรกรแม่ลูกอ่อน

ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยภาพวาดหลากหลายแบบ รูปใบหน้าผู้คนที่อยู่ในผ้าใบผืนใหญ่ใช้สีน้ำมันเป็นตัวแต่งแต้ม หรือภาพเหมือนของนักฟุตบอลระดับโลกที่ใช้ดินสอดำแรเงา ภาพทุ่งดอกทานตะวันกำลังล่อเล่นกับดวงอาทิตย์ที่มองลึกลงไปเหมือนมีพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และอีกหลายภาพที่เป็นภาพเหมือนของเด็กหญิงราวสี่ห้าขวบหน้าตาจิ่มลิ้ม ผมสีน้ำตาลเข้มหยิกหยองทั้งหัว ดวงตากลมโตสดใส จมูกจิดริด แก้มป่องสุกปลั่ง ปากเล็กน่ารัก อยู่ในชุดสีต่างๆอิริยาบถหลากหลายท้วงท่าและทุกๆภาพแฝงไว้ด้วยความร่าเริงสดใส

อีกภาพที่น่าสนใจเส้นลายสีดำสวยงามแรเงาคมชัดตามซอกมุมต่างๆ รูปขวดแก้วหลายใบจัดวางบนโต๊ะมีทั้งวางตั้งและล้มระเกะระกะ แสงและเงาของภาพที่วาดด้วยดินสอดำได้อารมณ์ในการมองและภาพยังมีมิติมองลึกลงไปคล้ายกับว่าโต๊ะสี่เหลี่ยมที่อยู่ในภาพมีอยู่จริงถ้าเพียงเรายื่นมือเข้าไปจับมัน
ใบหน้าเรียวผมยาวดัดเป็นลอนใหญ่ปล่อยละเต็มแผ่นหลังมองดูคล้ายตัววี ดวงตาคมสวย รูป อัลมอนด์ จมูกโด่งปลายเชิดบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวเด็ดเดี่ยวเพียงใด ปากบางขยับเป็นเส้นตรงอย่างคนมุ่งมั่นกับงานตรงหน้า

หลายครั้งที่หลงลืมเวลาว่าผ่านไปนานเท่าใดอารมณ์ศิลปินในกายกำลังขะมักเขม้นไม่ยอมหยุด มือเรียวยังปัดป่ายไปเรื่อยๆขณะที่สมองยังจดจ่ออยู่ที่ภาพเพื่องานชิ้นนี้...ภาพของแม่ที่กำลังอยู่บนรถสองแถวเปิดนมจากเต้าให้ลูกน้อยได้ดื่มกินโดยไม่อายสายตาคนรอบข้างที่จับจ้องพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความปิติที่ทอดมองลูกน้อยซึ่งกำลังอิ่มเอมน้ำนมจากอกแม่

ภาพส่วนใหญ่ที่เธอถ่ายทอดคือภาพแม่ลูกผูกพัน ภาพของคนที่ไร้ชื่อเสียงตัวตนในสังคมแต่กลับมีบทบาทโดดเด่นในภาพวาดของเธอ
“หม่ามี้...ลูกหว้าหิวข้าวววว”เด็กหญิงตัวน้อยออดอ้อนเสียงยาวเมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่ขลุกตัวอยู่ในนี้นานจนลืมลูก
เมธาวดีหยุดมือก่อนจะหันไปยิ้มให้ลูกสาวตัวดี “จ้าาา...ขอเวลาอีกสองนาทีนะคะลูกหว้าคนเก่ง”

“เด็กในภาพใครคะ”เด็กน้อยเปลี่ยนอารมณ์กะทันหันชี้ไปที่ภาพจ้องมองอย่างตั้งใจ

“จำไม่ได้เหรอตอนที่เราไปเที่ยวทะเลกันแล้วรถติดไฟแดงหม่ามี้ชี้ให้ดูว่าแม่ลูกคู่นั้นเขาทำอะไรกัน ทำไมคุณแม่ไม่อายคนบนรถโดยสาร รีบเปิดนมให้ลูกดื่มทันทีที่ลูกหิว”

“อ้อจำได้แล้วค่ะ คนบนรถมองพวกเขาใหญ่เลย”เด็กน้อยทำท่านึกก่อนจะเดินรอบห้องเพื่อรอเวลาแม่ละจากการวาดภาพ

“เก่งมากค่ะเขารักลูกมากเหมือนที่หม่ามี้รักลูกหว้าไงคะ”สองแม่ลูกยิ้มให้กันแก้มแทบปริก่อนที่เด็กน้อยจะเดินไปดูรูปที่วางไว้ตรงมุมห้อง

“หม่ามี้วาดรูปทะเลให้ลูกหว้าเสร็จแล้ว เย้ๆๆ”ลูกหว้ากระโดดเหยงๆเมื่อเห็นภาพที่ตัวเองอยากได้

“ลูกหว้าอยากได้แบบไหน หม่ามี้ก็วาดให้ได้แต่หนูก็ต้องหัดวาดอย่างที่หม่ามี้สอนนะคะแล้วห้ามทำหน้าบึ้งเวลาที่หม่ามี้วาดรูป”

“ทำไมล่ะคะ”

“ก็เพราะหน้าบึ้งๆของลูกหว้าทำให้หม่ามี้ไม่มีสมาธิไงคะ”เธอชี้หน้าสั่งห้าม

เด็กน้อยเหลือบมองแม่เล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “หม่ามี้ไม่รักลูกหว้าแล้วเหรอค้า”เด็กน้อยใบหน้าละห้อย


คำพูดนั้นเองที่ตรึงเธอไว้ราวกับถูกมนต์สะกด ทุกครั้งที่เธอได้ยินความร้าวรานในจิตใจก็เริ่มมีบทบาทก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งทั้งที่มันน่าจะหายไปพร้อมกับการให้กำเนิด ด.ญ. ธาราวดี วรงค์กุล เธอคิดเสมอว่าสามารถเป็นซิงเกิลมัมได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้ชายหน้าไหน


เมธาวดีเหลือบมองเด็กหญิงเอาแต่ใจ ที่รู้จุดอ่อนของเธอเป็นอย่างดีว่าการพูดเช่นนี้สุดท้ายเธอต้องละมือจากงานที่กำลังทำเพื่อปฏิบัติตามความต้องการของลูกหว้า หญิงสาวไม่เคยปล่อยให้ใครเลี้ยงลูกด้วยหน้าที่การงานของเธอไม่จำเป็นต้องงอนง้อเวลา ว่างตอนไหนก็ทำตอนนั้นหรือมีอารมณ์เขียนภาพตอนไหนก็จับลูกใส่รถเข็นออกไปวาดในสวนสาธารณะและนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกของสาวอารมณ์ศิลป์เช่นเมธาวดี

การเขียนภาพก็คืองานที่รักพอๆกับการเลี้ยงลูกที่เธอไม่เคยห่างหายไปไหน ความเพลียกายเพลียใจตลอดหลายปีที่เลี้ยงดูลูกสาวตัวน้อยด้วยความรักสุดหัวใจ ยอมที่จะให้คนมองว่าเป็นหญิงใจง่ายลูกเกิดมาไม่มีพ่อ สองมือแม่ที่ผ่านความหวังดีประสงค์ร้ายของผู้คนรอบข้าง หรือชายหนุ่มมากหน้าหลายตาที่เข้ามาเกาะแกะเพื่อหวังอยากเป็นพ่อเด็ก หญิงสาวก็ปฏิเสธทุกรายเมื่อนึกย้อนในวันที่ไม่มีใครเซ็นรับรองในสูติบัตรว่าเป็น..บิดา

“ทำไมคุณไม่กรอกชื่อว่าใครเป็นพ่อเด็กคะ”พนักงานบนอำเภอเอ่ยถามมอย่างแปลกใจ

“เอ่อ...”เธออึกอักเมื่อหันมองรอบตัวสายตาหลายคู่มองมาอย่างเวทนา หญิงสาวมาดเซอร์ๆที่สวมเสื้อพื้นสีเหลืองลายจุดเล็กๆสีดำ กระโปรงยาวสีขาวผ้าใย
กัญชง กระเป๋าถักสีขาวใบใหญ่ติดกายไม่ยอมห่างพร้อมกับรองเท้าสานหนังกลับสีน้ำตาลเข้มคู่เก๋ที่เธอมักใส่อยู่เป็นประจำ

“สะดวกไหมคะ”พนักงานเอ่ยถามอีกรอบอย่างตะขิดตะขวงใจแต่การทำตามหน้าที่ก็คืองานของเธอ พูดจบก็กวาดตามองเอกสารที่เมธาวดีนำมายื่นเรื่องการแจ้ง
เกิด

“ก็เว้นไว้ตามนั้น…ขอบคุณค่ะ”เธอกล่าวตัดบทโดยด่วนเพื่อหวังว่าการสอบถามคงจะหยุดไว้เพียงเท่านี้

“ค่ะ”พนักงานสาวตอบสั้นๆก่อนจะตรวจสอบเอกสารหลายใบที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนใหม่ยื่นเรื่องไม่นานเอกสารก็เรียบร้อย

“ขอบคุณค่ะ”สิ้นคำเธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะถอยฉากออกไปนั่งรอ สูติบัตรใบใหม่ที่เปิดทางให้เธอได้ทำหน้าที่แม่อย่างเต็มภาคภูมิ



นึกถึงวันเก่าๆได้แค่นั้นหญิงสาวก็เหลือบมองใบหน้าเล็กๆจึงยิ้มได้ในทันที ก่อนจะวางดินสอดำเดินเข้ามากอดรัดร่างน้อยที่ทำท่ากระเง้ากระงอดใส่แม่

“ถ้าหม่ามี้ไม่รักลูกหว้าแล้วจะให้ไปรักเจ้าคุกกี้เหรอคะ”เธอเอ่ยแซวเมื่อเห็นเจ้าหมาพันธุ์ยักษ์อัลเซเชียนนั่งกระดิกหางอยู่ข้างๆ

“รักเจ้าคุกกี้ก็ไม่ได้ หม่ามี้ต้องรักลูกหว้า คนนนนเดียวววว”เธอตอบเสียงสั่นๆคล้ายคุณยายอายุมากๆพร้อมกับยื่นหน้าทะเล้นล้อเลียนจนผู้เป็นแม่หมั่นไส้ดึงแก้ม
ป่องสองข้าง

“จ้าาาา...งั้นเราไปกินข้าวกันดีดดดกว่าาาา”เธอตอบเสียงสั่นๆล้อเลียนกลับไปพร้อมกับเสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ที่ดังขึ้นพร้อมๆกัน

สองแม่ลูกเกี่ยวก้อยเดินออกจากโลกส่วนตัวที่เมธาวดีตีกรอบไว้เพื่องานศิลปะ การทุ่มเทกับงานที่เธอรักแกลเเกลเลอรีเล็กๆที่สร้างขึ้นภายในบ้าน....บ้านที่เธออาศัยมาตั้งแต่เกิดเนื้อที่กว่าครึ่งไร่สร้างเป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ยุโรปที่พ่อกับแม่ของเธอตั้งใจปลูกไว้ก่อนจะกลับไปประกอบกิจการร้านอาหารไทยในอาวายซึ่งลูกสาวคนเดียวอย่างเธอเลือกที่จะอยู่ที่นี่เพื่อ...ลูกหว้า

ผลงานที่สำเร็จสวยงามจะโชว์อยู่ที่แกลลอนรี่ในร้านประจำของเพื่อนที่เปิดเเกลเลอรีขายรูปทุกชนิดในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แม้การวาดภาพจะไม่ใช่รายได้หลักเพราะความฝันกับความเป็นจริงมักสวนทาง เธอจึงเลือกที่จะเป็นครูสอนพิเศษตามบ้านให้กับครอบครัวที่สนใจส่งลูกหลานเรียนศิลปะเฉพาะเสาร์-อาทิตย์
เท่านั้น ส่วนช่วงเย็นหลังจากลูกหว้าเลิกเรียน เธอก็จะไปสอนวาดรูปให้กับเด็กๆยากไร้ที่สนใจอยากเรียน

บ่อยครั้งที่เธอพาลูกสาวตัวน้อยออกไปเปิดหูเปิดตา แต่การได้พบว่ามีเด็กหลายคนสนใจการวาดภาพซึ่งมีเด็กบางคนเอากระดาษเปล่ามานั่งวาดกับเธอก็มี แม้จะไม่สวยงามตามแบบของการวาดที่ถูกต้องแต่ก็สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นในแววตาเล็กๆที่แฝงด้วยความตั้งใจ

เมธาวดีเคยคิดว่าศิลปะอาจจะช่วยเยียวยาสังคมได้บ้าง เพราะปัจจุบันมีการแข่งขันเอารัดเอาเปรียบสูงพอๆกับตึกใบหยก ขาดการเกื้อกูลซึ่งเป็นรากฐานอันดีงามของสังคมไทยในอดีต เธอได้สัมผัสและรับรู้สภาวะแห่งการดิ้นรนต่อสู้ของคนในสังคม หลายภาพที่เธอเขียนยังสะท้อนกระบวนการทางความคิดและเทคนิคในเชิงจิตรกรรมอันเป็นผลึกแห่งความคิดให้ผู้คนได้ย้อนถึงวิถีแห่งการแบ่งปันในอดีตซึ่งขาดแคลนในสังคมปัจจุบัน

“ว่าไงสองแม่ลูกกำลังทำอะไรกันอยู่จ่ะ”เสียงใสของเพื่อนสนิทส่งเสียงมาแต่ไกล พร้อมร่างบางที่เข้ามาในห้องครัวสีส้มบาดใจ

“สวัสดีค่ะน้าจัน”เด็กน้อยหันไปไหว้โดยไม่ต้องให้ผู้เป็นแม่กล่าวเตือน

เมธาวดียิ้มกับกับผลงานของตัวเองเมื่อนึกไปถึงวิธีการที่ใช้สอนลูกสาว

“ไหนลองยกมือขึ้นซิลูก”

เด็กน้อยทำตามที่แม่สั่งอย่างว่าง่าย

“หนักไหมคะ”ผู้เป็นแม่นั่งจุ้มปุกที่พื้นมองลูกอย่างตั้งใจ

ลูกหว้ามองแม่ด้วยอาการงงๆก่อนจะหันมองมือที่ยกขึ้นก่อนตอบคำถาม

“ไม่หนัก...อืมแล้วหม่ามี้ถามทำไมคะ”

“ถ้าไม่หนักก็ต้องยกบ่อยๆ แบบนี้นะทำตามหม่ามี้...สวัสดีค่ะ”เธอทำท่าประนมมือไหว้อย่างสวยงาม

“แล้วทำไมลูกหว้าต้องทำ”

“เพราะเด็กดีต้องทำทุกครั้งที่เห็นผู้ใหญ่โดยไม่ต้องให้หม่ามี้คอยบอกเข้าใจไหมค่ะ”

“ค่ะ”เด็กน้อยพยักรับทราบอย่างมุ่งมั่นในคำสอนของแม่ซึ่งเป็นดังประกาศิตที่ต้องทำตามแลกกับการโอบกอดบอกรักของสองแม่ลูกจึงทำให้รักแทรกซึมสู่กาย
จนยากจะบรรยายเป็นคำพูดใดๆ



“สวัสดีค้าแม่หลานสาวตัวดี”เธอก้มไปบีบจมูกเล็กๆอย่างเอ็นดู
“มาถึงนี่คงมีเรื่องอีกละซิ”เมธาวดีเอนตัวพิงเก้าอี้กอดอกมอง จันทร์เจ้าเพื่อนสาวคนสนิทที่เป็นเจ้าของแกลลอนรี่ซึ่งเธอฝากรูปไว้ขายแถมเจ้าของร้านคนนี้ไม่เคยหักเปอร์เซ็นแม้แต่สตางค์แดงเดียว

หลายครั้งที่ผ่านเหตุการณ์แย่ๆมาด้วยกัน เรื่องราวในอดีตจึงผูกติดความรักความห่วงใยเหนี่ยวแน่นจนถึงปัจจุบัน และภาพแต่ละภาพที่ตั้งโชว์ยังคงขายได้ในราคาที่แพงมากสำหรับคนยากจนแต่ราคาถูกมากสำหรับคนมีอันจะกิน เพราะถ้าวัดกันด้วยเรื่องประโยชน์ใช่สอยในชีวิตประจำวันคงไม่มี แต่อิทธิผลของภาพนั้นๆมากด้วยคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีมุมมองและที่ยึดเหนี่ยวแตกต่างกัน

สำหรับเมธาวดีความรักความผูกพันในครอบครัวคือรากฐานแห่งความเข้มแข็งในจิตใจตั้งแต่ครั้งยังเด็กจนเติบโตเธอได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ได้รักจากพ่อแม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความเข้าใจที่มีให้ในทุกๆสถานการณ์มีอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงเรื่องของ...ลูกหว้า

ความไม่แน่ใจที่จะสามารถเป็นแม่ที่ดีได้หรือเปล่า ทางบ้านจะรับได้ไหมถ้าเธอบอกความจริงทั้งหมด ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเธอ ในวันที่ตัดสินใจบอกเรื่องลูกหว้า หัวใจที่เด็ดเดี่ยวของท่านทั้งสองเป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมและคำพูดของพ่อกับแม่ในวันนั้นยังเป็นตัวผลักดันขับเคลื่อนเหมือนแรงดันน้ำในเขื่อนที่ไม่มีวันเบาบาง…ในเมื่อลูกแก้วพร้อมที่จะเป็นแม่ที่ดี พ่อกับแม่ก็พร้อมที่จะเป็นตากับยาย....


“รู้ดีจริง จริ้ง..ลูกค้าเห็นภาพที่แกฝากขายก็เลยอยากจ้างไปสอนให้ลูกสาวของเขา สนใจไหม”จันทร์เจ้ากระแนะกระแหน นั้นเองที่ทำให้ลูกแก้วกลับมาสนใจ
เธออีกครั้ง

“ภาพไหนล่ะ”เธอถามพร้อมกับตักข้าวใส่ถ้วยลายการ์ตูนให้ลูกสาว

“ก็ภาพโอบรักไง”

“อืม..”

โอบรัก...เป็นภาพแม่ลูกกอดกันเหนี่ยวแน่นในบรรยากาศเมฆครึ้มฝนพร่ำพายุโหมกระหน่ำซึ่งเธอพยายามถ่ายทอดให้เห็นว่าแม้จะมีเหตุการณ์อันใด จะดีหรือร้ายแม่ก็จะยังอยู่กับลูกไม่ห่างไปไหน อ้อมกอดแห่งนี้มีพื้นที่ว่างไว้ให้เสมอยามเมื่อลูกต้องการ

“ไอ้อืม..ของแกมันหมายความว่าไงฉันจะได้ไปบอกลูกค้าให้ถูกต้องเบื่อจริงๆไอ้ท่าทางนิ่งๆเนี๊ยะ”จันทร์เจ้ากระแทกตัวนั่งก่อนจะระบายอารมณ์หงุดหงิดคว้าช้อนในมือเมธาวดีตักข้าวเข้าปากคำโต

“น้าจันทร์หิวก็ไม่บอก”เด็กน้อยนั่งยิ้มแป้นไร้เดียงสาแกว่งขาน้อยๆไปมาอย่างคนอารมณ์ดี
เมธาวดีส่ายหน้ามองดวงตาล้อเล่นแสนซนของเจ้าตัวเล็กที่มีอิทธิพลกับคนรอบข้างเสมอไม่เว้นแต่จันทร์เจ้าที่ว่าฝีปากกล้ายังต้องยอมให้ความน่ารักใสซื่อ เมื่อตอนลูกหว้า 1 ขวบกับอีกสองเดือนจำได้ว่าอยากให้ลูกกินปลาเยอะๆจะได้ย่อยง่ายๆอีกทั้งบำรุงสมองปลาทูน่าจึงเป็นอย่างแรกที่เธอนึกถึง เธอจัดการต้มผสมกับโจ๊กสูตรพิเศษป้อนลูกสาวตัวน้อย

แต่แล้วอาหารที่คิดว่าดีที่สุดกลับทำให้ร่างกายของเจ้าตัวน้อยมีผื่นขนาดใหญ่แผ่ขยายไปตามลำตัวรอยแดงที่เกิดขึ้นทั่วทั้งตัวส่งผลให้ลูกสาวแผดร้องเจ็บปวดพลอยทำให้แม่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด ครั้นหมอวินิจฉัยอาการที่เกิดขึ้นทำให้เธอขยาดกับอาหารทะเลทุกชนิด
หมอเด็กแจ้งให้ทราบว่า ลูกหว้าแพ้อาหารทะเลอย่างรุนแรงภูมิคุมกันยังไม่เพียงพอสำหรับเด็กอายุเท่านี้ ต้องรอจนกว่าจะถึง 6 ขวบน่าจะปลอดภัยเพราะความสมบูรณ์ของร่างกายจะพร้อมกว่านี้ จนแล้วจนรอดถึงตอนนี้เธอก็เลือกที่จะไม่ข้องเกี่ยวกับอาหารทะเลทุกชนิด

“เดี๋ยวเถอะจะจับแยกทั้งแม่ทั้งลูก”จันทร์เจ้าค้อนขวับพร้อมกับทำปากขมุบขมิบนึกหมั่นไส้สองแม่ลูก

“แกก็นัดวันเวลามาละกันแต่บอกก่อนนะว่าฉันสอนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ตอนเย็นเลิกเรียนฉันไม่รับ”

“รู้ๆ แม่คนใจบุญไม่ต้องย้ำบ่อยยะ”

“แกไม่รู้อะไรเด็กบางคนเก่งกว่าแกวาดซะอีกเพียงแต่เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ทำก็เท่านั้น อย่างน้องที่อยู่ชุมชนแออัดอายุแค่ 7 ขวบ วาดรูปการ์ตูนได้ดีมากๆ
ลายเส้นก็พอใช่ได้ น้ำหนักมือก็เยี่ยมถ้าส่งประกวดนะมีหวังชนะแหงๆ”

“อันนั้นเขาเรียกว่าพรสวรรค์ ส่วนฉันขี้เกียจเรียนก็เลยเลือกเรียนอะไรที่ไม่ต้องปวดหัววาดๆเขียนๆจินตนาการล้ำเลิศนี่แหละเหมาะกับฉันที่สุดยิ่งหมอดูทักฉันว่า
เรียนถูกทางแถมอนาคตวาสนาฉันจะได้สามีเป็นถึงหมอ โอ้ยแค่นี่ก็สุขสุดๆแล้วแกเอ้ย...”หญิงสาวทำท่าเพ้อฝัน

เดือนก่อนจันทร์เจ้าลากเพื่อนสาวไปตระเวนหาหมอดูแม้นๆ หลังจากเพื่อนๆที่ชอบการทำนายทายทักต่างพากันแนะนำให้มาที่นี่เพราะพวกเธอเหล่านั้นแจ้งความจำนงว่า...แม้นมากกกก

บ้านไม้หลังเก่าซอมซ่อ แมงมุมตัวใหญ่ชักใยลวดลายสวยงาม ฝุ่นจับเขรอะทั่วบ้าน เพียงเดินย่ำบนพื้นกระดานรอยเท้าก็เกิดขึ้น คงเป็นเพราะฝุ่นฝอยรวมตัวกันเป็นเวลานานจึงปรากฏรอยต่างๆให้เห็นเด่นชัดส่วน โต๊ะหมู่บูชาตั้งเด่นอยู่กลางบ้าน เครื่องรางของขลังหลายสำนักอวดโฉมชัดเจน แม่หมอชราแต่งชุดขาวท่าทางสงบเสงี่ยม แววตาดุดันน่ากลัวมองตรงมายังพวกเธอที่กำลังขยับกายเข้าใกล้ ซึ่งอันที่จริงเรียกว่าเธอถูกลากน่าจะถูกต้องที่สุด

เหตุเพราะเมธาวดีไม่ยอมขยับกายตามเธอเข้ามาดวงตาสอดส่ายด้วยความสงสัยในบ้านหลังนี้อาจจะทำให้เจ้าของบ้านไม่พอใจจึงเป็นเหตุให้เธอจำต้องใช้วิธีนี้

“ถ้าเพื่อนแม่หนูไม่เต็มใจก็อย่าบังคับ”แม่หมอชราส่งเสียงรู้ทันการมาพร้อมกับดวงตาโปนเหมือนกำลังจะทะลักออกจากเบ้าเพื่อตวัดต่อว่าเธอโดยเฉพาะ

“อ้อ...ปะเปล่าหรอกค่ะ เธอแค่ไม่กล้าเท่านั้นเอง ยังไงแม่หมอก็อย่าถือสาเลยนะคะ”จันทร์เจ้ารีบหาข้อแก้ตัวก่อนจะค่อยๆกราบพระตรงแท่นบูชาไม่วายกระทุก
เอวหญิงสาวที่นั่งตัวแข็งให้ยอมทำตาม

“อืม...แม่หนูคนนี้ชีวิตซับซ้อนเหน็ดเหนื่อยหนักหนาอะไรที่คิดว่าเป็นของเธอมันจะไม่ใช่และอะไรที่คิดว่าไม่ใช่มันจะเป็นของเธอ...จำไว้”แม่เฒ่าส่งเสียง
คำรามเมื่อมองใบหน้ารูปไข่คล้ายกำลังต่อว่าเธออยู่ในใจ

‘ไม่จริง’เมธาวดีนึกค้านในใจโดยไม่ยอมเออออกับประโยคที่หญิงชราทักท้วง

“แกถามแม่หมอซิว่าจะมีเรื่องร้ายไหม”จันทร์เจ้ากระซิบบอก


“ไม่”คำตอบสั้นๆทำให้จันทร์เจ้าถึงกับหยุดพูดพยายามที่จะเปลี่ยนเข้าเรื่องของตัวเอง

“แล้วหนูละคะดวงจะเป็นยังไงบ้าง”เธอรีบแบมือสองข้าง

ด้านหญิงชรามองใบหน้าหวานสลับมือเรียวของจันทร์เจ้าก่อนจะยิ้มเต็มใบหน้าอย่างที่ไม่คิดว่าแม่หมอหน้าดุจะทำได้

“ฮึฮึ...หนูมาถูกทางแล้วหน้าที่การงานที่ทำอยู่จะดีขึ้นเรื่อยๆสามีในอนาคตจะนำความก้าวหน้ามาให้เข้าจะค่อยช่วยเหลือผู้คนมากมายที่ป่วยไข้ตกทุกข์ได้
ยาก”แม้ประโยคเหล่านี้จะผ่านมาแรมเดือนและสิ่งที่คาดเดาว่าสามีในอนาคตต้องเป็นหมอ...ความสุขในใจก็ปริล้นไม่ยอมจางหาย



“สรุปที่แกมาเพราะจะมาเพ้อถึงสามีในอนาคตใช่ไหม ยังไม่เลิกบ้าอีกหรือไง”เจ้าของบ้านมองเพื่อนสาวแสนโก๊ะนึกขำที่จันทร์เจ้ายังไม่ยอมวางมือเรื่องที่
หมอดูทัก


จันทร์เจ้าค้อนเพื่อนสาววงใหญ่ก่อนจะรีบตกลงเรื่องรายละเอียด

“ยะ...ฉันจะโทรมาบอกอีกที ไม่รู้ว่าเขาจะให้แกเริ่มงานวันไหนแต่ขอบอกว่าเงินหนาสุดๆผลงานของแกแต่ละชิ้นส่วนใหญ่คุณอารีนี่แหละยอมเสียตังค์”

“คราวหลังแกไม่ต้องลำบากมาก็ได้โทรหาก็รู้เรื่องแล้ว”

“แหมยัยลูกแก้ว...นึกว่าฉันอยากมานักหนิ เห็นแกไม่โผล่ไปที่ร้านหลายวันคิดว่าตายคาบ้านไปแล้วก็เลยแวะมาดูเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง อีกอย่างรู้ก็รู้ว่าคน
อย่างแกรับโทรศัพท์ง่ายซะที่ไหน”พูดจบก็ลุกขึ้นเชิดหน้าสะพายกระเป๋าใบใหญ่ส่งจูบให้หลานสาวตัวน้อยที่ยิ้มแป้นให้เธอตลอดเมื่อหันมองและเห็นว่าเธอจะ
กลับก็ยกมือไหว้บอกลาอย่างที่แม่เคยสอน

“ขอบใจนะ”เมธาวดียิ้มให้เพื่อนก่อนที่เธอจะรีบสะบัดก้นงอนๆออกไป


หญิงสาวเก็บจานที่ทานเรียบร้อยมีลูกสาวถือจานใบเล็กของตัวเองตามมาไม่ห่างแม้จะมีน้าเพ็ญแม่บ้านที่อยู่กับเธอมานานจนกลายเป็นญาติผู้ใหญ่มากกว่าจะเป็นเพียงสาวใช้ คอยดูแลความเรียบร้อยในบ้าน แต่การสอนให้ลูกช่วยเหลือตัวเองคือสิ่งที่ต้องทำ

เมธาวดีจำกัดความพอดีในชีวิตคือความสุขที่ได้วาดรูปและสอนเด็กๆหากแต่เพื่อนหลายคนพยายามบอกเธอเสมอว่าถ้าต้องการความก้าวหน้าก็ต้องออกจากโลกส่วนตัวบ้างหรือไม่ก็ยอมให้คนอื่นเลี้ยงลูกหว้า ส่วนตัวเธอเองก็จะได้พบปะผู้คนมากขึ้น เห็นโลกกว้างขึ้นสร้างสรรค์ผลงานได้เต็มที่

หากยิ่งทำให้เธอได้คิดว่าความหมายของความก้าวหน้ากับความทะเยอทะยานนั้นแยกกันไม่ออกซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญ ว่าการมีชีวิตเรียบง่าย มีลูกสาวจอมซนกับมุมเล็กๆในโลกส่วนตัว...คงน่าจะเพียงพอสำหรับจิตรกรแม่ลูกอ่อนอย่าง เมธาวดี วรงค์กุล




COPYRIGHT © 2008 , WWW.GREENMINDBOOK.COM , ALL RIGHT RESERVED.
Engine by MAKEWEBEASY